Se7en (1995)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา
ข้อมูลภาพยนตร์
ชื่ออังกฤษ : Se7en
ชื่อไทย : เจ็ดข้อต้องฆ่า
ปีที่ฉาย : 1995
แนว : อาชญากรรม, ระทึกขวัญ, ดราม่า
ผู้กำกับ : David Fincher
ผู้เขียนบท : Andrew Kevin Walker
นักแสดงนำ : Brad Pitt, Morgan Freeman, Gwyneth Paltrow, Kevin Spacey
ความยาว : 127 นาที
จุดเด่น : ภาพยนตร์สืบสวนที่โด่งดังจากพล็อตสุดมืดหม่น การฆาตกรรมตาม “บาป 7 ประการ” และตอนจบที่หักมุมจนกลายเป็นหนึ่งในฉากจบที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์หนัง
เรื่องย่อ
Se7en เป็นภาพยนตร์แนวอาชญากรรมและระทึกขวัญที่เล่าเรื่องราวของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสะเทือนขวัญในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเสื่อมโทรม
นักสืบอาวุโส “วิลเลียม ซัมเมอร์เซ็ต” เป็นตำรวจมากประสบการณ์ที่กำลังจะเกษียณจากหน้าที่ เขาเป็นคนที่มองโลกอย่างสิ้นหวังและเหนื่อยล้ากับความชั่วร้ายของมนุษย์
ในขณะเดียวกัน “เดวิด มิลส์” นักสืบหนุ่มไฟแรงเพิ่งย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้ เขาเต็มไปด้วยพลัง ความมุ่งมั่น และความเชื่อว่าความยุติธรรมยังคงมีอยู่
ทั้งสองต้องทำงานร่วมกันในคดีฆาตกรรมที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงอาชญากรรมธรรมดา
แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังวางแผนฆ่าคนตาม “บาป 7 ประการ” ในคัมภีร์ไบเบิล ได้แก่ ความตะกละ ความโลภ ความเกียจคร้าน ความโกรธ ความริษยา ความหยิ่งยโส และตัณหา
ฆาตกรรายนี้ไม่ได้เพียงฆ่าคน แต่ยังจัดฉากศพให้สะท้อนความหมายของบาปแต่ละข้ออย่างโหดเหี้ยม
การสืบสวนจึงกลายเป็นการแข่งขันกับเวลา ก่อนที่เหยื่อรายต่อไปจะถูกสังหาร
บทความรีวิว
Se7en ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แนวสืบสวนที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุค 90 และเป็นผลงานที่ทำให้ผู้กำกับ David Fincher กลายเป็นผู้กำกับระดับแถวหน้าของฮอลลีวูด
บรรยากาศของหนังเต็มไปด้วยความมืดหม่น เมืองที่ฝนตกแทบตลอดเวลา และสภาพแวดล้อมที่สะท้อนความสิ้นหวังของสังคม
หนังไม่ได้เน้นฉากแอ็กชันมากนัก แต่ใช้การเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ สร้างความกดดันทางจิตใจ
การแสดงของ Morgan Freeman ในบทซัมเมอร์เซ็ตนั้นเต็มไปด้วยความสุขุมและลึกซึ้ง ขณะที่ Brad Pitt แสดงให้เห็นถึงความร้อนแรงและอารมณ์ของตำรวจหนุ่ม
ความแตกต่างของตัวละครทั้งสองทำให้การสืบสวนมีมิติทางอารมณ์ที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ บทภาพยนตร์ยังถูกยกย่องอย่างมาก เพราะสามารถสร้างปริศนาและความตึงเครียดได้ตลอดทั้งเรื่อง
ตัวละครสำคัญ

วิลเลียม ซัมเมอร์เซ็ต — นักสืบมากประสบการณ์ที่กำลังจะเกษียณ เขาเป็นคนเงียบขรึม ฉลาด และมองโลกอย่างสมจริง
เดวิด มิลส์ — นักสืบหนุ่มไฟแรงที่ยังเชื่อในความยุติธรรมและต้องการพิสูจน์ตัวเองในหน้าที่
จอห์น โด — ฆาตกรต่อเนื่องลึกลับที่เชื่อว่าตนเองกำลังทำภารกิจเพื่อเปิดเผยความบาปของมนุษย์
เทรซี มิลส์ — ภรรยาของเดวิด ผู้ไม่คุ้นเคยกับชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม
สปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ
คดีฆาตกรรมเริ่มต้นจากชายอ้วนที่ถูกบังคับให้กินอาหารจนตาย ซึ่งแทนบาปแห่ง “ความตะกละ”
จากนั้นฆาตกรก็ฆ่าทนายความที่โลภมาก และเขียนคำว่า “Greed” ด้วยเลือดของเหยื่อ
คดีต่อ ๆ มายิ่งโหดร้ายขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ชายที่ถูกบังคับให้นอนติดเตียงจนกลายเป็นตัวแทนของบาปแห่ง “ความเกียจคร้าน”
เมื่อการสืบสวนดำเนินไป ซัมเมอร์เซ็ตและมิลส์พบว่าฆาตกรกำลังสร้าง “ผลงานศิลปะ” จากบาปของมนุษย์
ในที่สุด ฆาตกรชื่อ “จอห์น โด” ก็มอบตัวกับตำรวจโดยสมัครใจ
แต่เขาบอกว่ายังเหลือบาปอีกสองข้อที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
จอห์น โด พาตำรวจไปยังพื้นที่รกร้างนอกเมือง ซึ่งมีรถส่งพัสดุนำกล่องลึกลับมาส่ง
ซัมเมอร์เซ็ตเปิดกล่องและพบว่าข้างในคือ “ศีรษะของเทรซี” ภรรยาของมิลส์
จอห์น โด เปิดเผยว่าเขาฆ่าเทรซีเพราะเขา “อิจฉา” ชีวิตครอบครัวของมิลส์
จากนั้นเขาบอกว่ามิลส์คือ “ความโกรธ” ซึ่งเป็นบาปข้อสุดท้าย
มิลส์ที่เต็มไปด้วยความโกรธและความเศร้า ตัดสินใจยิงจอห์น โด จนเสียชีวิต
การกระทำนี้ทำให้แผนของฆาตกรสำเร็จครบทั้ง “7 บาป”
เบื้องหลังการสร้าง
ผู้กำกับ David Fincher ต้องต่อสู้กับสตูดิโอเพื่อรักษาตอนจบแบบมืดหม่นของเรื่อง เพราะสตูดิโอต้องการตอนจบที่สดใสมากกว่า
ในที่สุดทีมผู้สร้างก็ยืนยันใช่ตอนจบแบบดั้งเดิม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในฉากจบที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์
บทภาพยนตร์ของ Andrew Kevin Walker ได้แรงบันดาลใจจากความรู้สึกสิ้นหวังของเขาต่อสังคมเมืองใหญ่
ความสำเร็จของภาพยนตร์
Se7en ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 300 ล้านดอลลาร์ จากงบประมาณเพียงประมาณ 33 ล้านดอลลาร์
ภาพยนตร์ได้รับคำชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ และยังคงถูกยกให้เป็นหนึ่งในหนังสืบสวนที่ดีที่สุดตลอดกาล
ฉากจบของเรื่องกลายเป็นวัฒนธรรมป๊อป และคำถาม “What’s in the box?” ก็กลายเป็นประโยคที่โด่งดังในวงการภาพยนตร์
ตัวอย่างภาพยนตร์
